วัฒนธรรมการรัดเท้า ความสวยงามที่แฝงด้วยความเจ็บปวด

วัฒนธรรมการรัดเท้า ประวัติความเป็นมา

ประวัติศาสตร์จีน ต่างมีเรื่องที่เรานั้น ไม่คาดคิด อยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงประเพณีนี้ด้วยค่ะ ที่ในอดีตนั้น เป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิงอย่างมาก เนื่องจากด้วยค่านิยมต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดความเชื่อนี้ขึ้นมานั่นเองค่ะ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า เกิดขึ้นในช่วง ในสมัยราชวงศ์ซ่ง หรือประมาณช่วงศตวรรษที่ 10–12 และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ด้านงานเขียนที่ว่าด้วยหรืออ้างถึงการรัดเท้า ฉบับเก่าแก่ที่สุดเท่าที่ปรากฏนั้น ก็ปรากฏว่า ได้ทำขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 11งานเขียนในศตวรรษที่ 12 ก็ยังบ่งบอกถึงความนิยมรัดเท้า เช่น จาง ปางจี นักเขียนในสมัยราชวงศ์ซ่ง ว่า เท้าที่ถูกรัดนั้นจะงามถ้ามีรูปโค้งและมีขนาดเล็ก จึงทำให้เห็นว่า เป็นสิ่งที่นิยมมาก ๆ ในช่วงยุคสมัยนั้น และมักจะนิยมในหมู่สตรีชั้นสูงเท่านั้น

จนมาในช่วงศตวรรษที่ 13 เชอ โร่วฉุ่ย  นักเขียนซึ่งยึดถือหลักเหตุผลนิยม เขียนตำหนิว่า เด็กน้อยสี่ขวบห้าขวบไม่รู้เรื่องรู้ราว ก็จับมารัดเท้าให้เล็กจนเด็กเจ็บไม่รู้จบรู้สิ้น จะเท้าเล็กกันไปเพื่ออะไร และในช่วงอดีตนั้น ถึงแม้จะไม่มีผู้ใดเชื่อ แต่หลักฐานทางโบราณคดีชี้ว่า ในศตวรรษที่ 13 นั้น หมู่ภริยาและธิดาของขุนนางนิยมรัดเท้ากันอย่างยิ่ง และวิธีรัดเท้าในช่วงราชวงศ์ซ่งนั้น จะรัดเท้าโดยบิดหัวแม่เท้าขึ้น และเท้าไม่ได้เล็กเหมือนในสมัยหลัง จึงเกิดข้อสันนิษฐานอีกข้อหนึ่งว่า ความนิยมบีบรัดให้เท้าเล็กเพียงสามนิ้วจนเรียกกันว่า บัวทองสามนิ้ว นั้นไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่ง หากเกิดขึ้นภายหลัง ที่ทำให้เป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึง และนิยมขึ้นมาอย่างขัดข้องไม่ได้ ตามกระแสนิยม และยังคงได้รับความนิยม และมีความเชื่อทางด้านการรัดเท้านี้มาอย่างยาวนาน จนถึงศตวรรษที่ 18 ที่มีการเปลี่ยนแปลงจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ

111 - <strong>วัฒนธรรมการรัดเท้า ความสวยงามที่แฝงด้วยความเจ็บปวด</strong>
วัฒนธรรมการรัดเท้า

วัฒนธรรมการรัดเท้า ความเชื่อในประเพณีนี้ ในยุคปัจจุบัน

อย่างที่แอดมินได้ข้างต้น ว่าความนิยมนี้ ได้มีมาอย่างยาวนาน เกือบร่วม 10 ศตวรรษ และก็มีจุดเปลี่ยนเกิดขึ้น ในช่วงศตวรรษที่ 18 ที่มีชาวฮากกา ที่ประกาษว่าการรัดเท้านั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเหล่านักเทศน์ศาสนาคริสต์จึงเริ่มให้การศึกษาแก่เด็กหญิง พยายามโน้มนาวให้เห็นว่า การรัดเท้าเป็นประเพณีป่าเถื่อน นักเทศน์เหล่านี้ยังใช้วิธีการหลายหลากเพื่อเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นของชนชั้นสูงให้ได้ ทั้งการให้ศึกษา การแจกใบปลิวและแผ่นพับต่าง ๆ รวมถึงการกดดันรัฐบาลราชวงศ์ชิง

จนกระทั่งในปี 1875 สตรีคริสต์ศาสนิกชนประมาณ60ถึง70คนในเซี่ยเหมินประชุมกันโดยมีจอห์น แม็กกาววัน นักเทศน์ เป็นประธาน คนเหล่านั้นร่วมกันตั้ง สมาคมเท้าปรกติ ขึ้นเพื่อรณรงค์ต่อต้านการรัดเท้า กิจกรรมทั้งนี้ต่อมาได้รับความสนับสนุนจากขบวนการสตรีเพื่อความชั่งใจในพระคริสต์ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี1883และได้รับความอุปถัมภ์จากคณะนักเทศน์ซึ่งเห็นว่า อาจอาศัยคริสต์ศาสนาส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศต่างๆได้ หนึ่งในสมาชิกคณะนักเทศน์นี้ได้แก่ ทิโมที ริชาร์ด ผู้มีอิทธิพลต่อการก่อตั้งจีนเป็นสาธารณรัฐในเวลาต่อมา

ในปี 1883 คัง โหย่วเหวย์ บัณฑิตจึงตั้งสมาคมต่อต้านการรัดเท้า จากนั้น กลุ่มคัดค้านการรัดเท้าก็ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดทั่วไปในประเทศ ผู้ร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านการรัดเท้าในครั้งนั้นรวมกันได้ถึง300,000คน หลายรายที่ได้อิทธิพลของลัทธิสังคมนิยมแบบดาร์วิน กล่าวว่า การรัดเท้าทำให้บ้านเมืองอ่อนด้อย เพราะสตรีขี้โรคย่อมมีบุตรอ่อนแอ และเมื่อศตวรรษที่ 20 มีนักสตรีนิยม เช่น ชิว จิ่น จึงเริ่มมีบทบาทในการต่อต้านการรัดเท้าบ้างครั้นปี1902ซูสีไทเฮาออกกฎหมายป้องกันและปราบปรามการรัดเท้า แต่กฎหมายนั้นยกเลิกไปภายหลัง

จนในปัจจุบันนี้ ก็ได้มีการยกเลิกวัฒนธรรมนี้ไปแล้ว เพราะอาจจะด้วยความเชื่อนี้ มีเวลานาน และถือว่าเป็นการทรมานร่างกายเด็กสาวแต่เยาว์วัยอีกด้วย แต่ในบางพื้นที่ ก็ยังคงมีความเชื่อ และมีความนิยมแบบนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะบางตระกูลหรือบางพื้นที่ ก็ยังคงมีขนบธรรมเนียมนี้อยู่เสมอ ทำให้บางครอบครัวอาจต้องค่อย ๆ ให้สิ่งเหล่านี้ ได้หายหรือค่อย ๆ เลือนรางไปตามเทคโนโลยีและวันเวลา และดีขึ้นในอีกไม่ช้าค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะทุกท่านกับประวัติศาสตร์และความเชื่อของวัฒนธรรมคนจีนในการรัดเท้า หากพูดถึงในยุคปัจจุบัน เราอาจจะรู้สึกทารุณเกินไปและทำให้ร่างกายผิดรูปแต่หากย้อนไปในอดีต แต่ละพื้นที่ก็มีความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน และก็เป็นเรื่องที่ใหม่มาก ๆ สำหรับหลาย ๆ พื้นที่ แอดมินจึงแนะนำ ให้เรานั้น อ่านเพื่อศึกษามากกว่าจะวิจารณ์เสีย ๆ หาย ๆ จนเกินขอบเขตนะคะ เพราะเราก็ต่างมีความเชื่อไม่เหมือนกันและในปัจจุบันก็ได้มีข้อยกเลิกไปแล้วและในอนาคตก็จะได้หายไปตามกาลเวลาค่ะ หากเพื่อนๆสนใจที่จะรู้จักเกี่ยวกับความเชื่อของประเทศไหนก็สามารถคอมเมนต์บอกแอดมินได้นะคะ แอดมินจะรีบหาข้อมูลมาให้ทุกท่านเลยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ รับบัววัฒนธรรมภาคกลาง ที่ยังส่งผลต่อปัจจุบัน

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง