เพลงพื้นบ้านของภาคกลาง กับวัฒนธรรมในการดำเนินชีวิต

เพลงพื้นบ้านของภาคกลาง กับประวัติความเป็นมา

             หากพูดถึงภาคกลาง ในอดีตแล้วทุกท่านนึกถึง อะไรกันบ้างคะ แน่นอนว่าคงจะนึกถึง การทำนา ที่ในส่วนของภาคกลางและปริมณฑลนั้น ที่เราจะเห็นได้ว่ามีการทำนา ที่เยอะมากๆ  สังเกตได้จากเวลาเราเดินทาง ไปในโซนนั้น  สองข้างทาง เราจะเห็นนาอันเขียวชอุ่มไปทั่ว และด้วยความที่นิสัย ของคนไทย ตั้งแต่ในอดีตนั้น จะมีความเจ้าบทเจ้ากลอน ชอบแต่งทำนองแต่งเนื้อร้อง ให้เกิดความสุนทรีย์ ได้มีการเรียงร้อยถ้อยคำมีสัมผัส

ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่า การแต่งเนื้อเพลงที่ตั้งแต่ในอดีต นั้นก็ได้มีอิทธิพล มาจากการดำเนินชีวิตในประจำวัน ของเราค่ะ  และในอดีตก็มีการทำนาเป็น จำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น เพลงหนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ  ที่ได้พูดถึง ชีวิตประจำวันของ ตนและการพบรัก จากการทำงาน  จึงเป็นบทเพลง ที่เหมือนถามโต้ตอบกันระหว่าง ชายและหญิง  

ที่ยังสามารถใช้ร้อง ในชีวิตประจำวันได้ และโด่งดังมากๆ ก็ได้รับอิทธิพลมาจาก การดำเนินชีวิตประจำวัน นั่นเองค่ะ ที่นำมาทำทำนองทำเนื้อร้อง  แล้วก็นำมาขับร้องกัน ในยามว่าง หรือระหว่างการทำงาน เพื่อผ่อนคลาย ตัวเอง จากความเครียด เพื่อให้เกิดความ สนุกสนาน และเกิดความสามัคคีในกลุ่มขึ้น ส่วนถ้อยคำที่ใช้ในเพลงนั้น จะมีลักษณะที่แฝงไป

ในด้านของแง่คิด ใช้ภาษาพูดมากกว่า ภาษาเขียน มีการใช้คำที่อาจจะคิด ได้เป็นสองแง่สองง่าม คือให้เราคิดได้หลายแบบ และบางเพลงก็ยัง ร้องไปซ้ำซ้ำ ไปมา เพื่อให้เกิดความตลกขบขัน

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เพลงพื้นบ้านของภาคกลาง ที่แนะนำ

             สิ่งเหล่านี้นั้นถือว่า เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นมรดก ทางวรรณกรรม ของไทยเรา ซึ่งบางเพลงเรา ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นผู้แต่ง ที่แท้จริง อาจจะเป็นไปได้ว่าชาวบ้าน อาจจะแต่งขึ้นมา หรือผู้ที่มีฐานะอาจจะ แต่งขึ้นมาก็ได้ เพราะด้วยความที่มีความเป็น เจ้าบทเจ้ากลอน ที่จะสื่อถึงผู้ที่ได้รับการเรียน และการศึกษาเรื่อง

กลอนมาเป็นอย่างดี จึงทำให้มีลักษณะ การใช้ภาษาที่สวยงาม เพราะผู้ที่จะแต่งกลอน หรือแต่งเพลง ที่จะมีเนื้อหา ที่กินใจผู้คนนั่นก็ไม่ใช่ เรื่องง่าย เจอได้เกิดเป็นเพลงต่างๆ ที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของเกษตรกรรม เพื่อให้เกิดความสามัคคี จึงได้สร้างสรรค์บทเพลงขึ้นมา แอดมินก็จะแนะนำเพลง ที่เราได้ยินเป็นประจำ

ไม่ว่าจะเป็นเพลงเกี่ยวข้าว  เพลงอีแซว เพลงฉ่อย เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่ง ที่ชาวบ้านคิดค้นขึ้นมาเพื่อ เป็นการผ่อนคลายจากการทำงาน ทำให้เกิด ความเพลิดเพลินมี สุนทรียศาสตร์ และเมื่อฟังก็ยังเกิด ความสามัคคี ในการทำงาน แบบเป็นกลุ่มเป็นก้อน แนวเกษตรกร เพราะต้องบอกเลย ว่าอาชีพนี้ก็ถือว่าต้อง ใช้ความมุมานะและก็ การอาศัยกันเป็นทีม และยังเป็นการเปิดโอกาส ให้หนุ่มสาวได้รู้จักกัน ในพบปะพูดคุยกัน

ถึงแม้ว่าบางเพลง อาจจะเป็นเพลง ที่ทุกท่านคงไม่เคยได้ยิน เพราะเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้สูญหาย ไปตามกาลเวลาได้เหมือนกัน เพราะในปัจจุบันนั้น ก็มีอาชีพต่างๆ มากขึ้นไม่ได้มีเพียง เกษตรกรอย่างเดียว และสิ่งเหล่านี้ ไม่สามารถตามเทคโนโลยีได้ จึงทำให้บางครั้งอาจจะ ถูกละเลย หากไม่มีการสอดแทรก เข้าไปในชีวิตประจำวันของ ผู้คนในปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ การกินโสม วัฒนธรรมของคนเกาหลี

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เครดิต cristalpoesia.net